| OnTourเลี้ยงน้องๆตาบอด ร.ร.ธรรมิกวิทยา เขาย้อย จ.เพชรบุรี "หนูๆ มองเห็นยายไม๊" "หนูเห็นแต่แสงขาวๆ จ๊ะยาย" เป็นคำทักทายของป้าลำใยกับน้องคนหนี่งที่ตาบอด อายุน่าจะราว [ ... ] |
Shanghai Expo 2010เก็บมาฝาก จาก Shanghai Expo 2010 (Part2) จากการบริหารจัดการเวลาภายในหนึ่งวัน ข้าพเจ้าและเพื่อนๆได้เข้าเยี่ยมชมงานของหลายๆประเทศไม่ว่าจะพาวิเล [ ... ] |
OnTourแก้ปีชง วัดเล่งเน่ยยี่2 บางบัวทอง ช่วงนี้ก็ใกล้เทศกาลตรุษจีนเข้ามาแล้ว วันนี้หนังสือน่าอ่าน จึงได้ไปเก็บบรรยากาศ การทำบุญสะเดาะเคราะห์ แ [ ... ] | เรื่องน่าอ่าน อื่นๆ | |||
| เก็บมาฝาก จาก Shanghai Expo 2010 (Part1) |
| มองมุมจีน - Shanghai Expo 2010 | |
| เขียนโดย Administrator | |
|
เซี่ยงไฮ้เอ็กโป 2010 ( World expo 2010 Shanghai, China ) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1ตุลาคม ถึง 30 ตุลาคม 2553 งานนี้ เป็นงานยักษ์ใหญ่ ที่ผู้คนทั่วโลกตั้งน่าตั้งตารอคอย การจัดงานครั้งนี้มีประเทศที่เข้าร่วมงาน 192 ประเทศทั่วโลก แน่นอนประเทศเจ้าภาพอย่างสาธารณะรัฐประชาชนจีน ทำไมถึงประกาศตัวและอาสาจัดงานยักษ์ใหญ่ เช่นเอ็กโปในครั้งนี้ได้อีกแล้วหรือ หรืออาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศจีนไปแล้ว เพราะที่ผ่านจีนก็ถนัดนักที่จะทำเรื่องใหญ่ยักษ์ อลังการณ์งานสร้าง เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คนทั่วโลกมาพอสมควรเช่น สามปีที่แล้วจีนสามารถส่งยานอวกาศฉางเอ๋ออีฮ้าวพร้อมนักบินอวกาศทั้งสี่คนไปสำรวจดวงจันทร์ได้สำเร็จ และในปี 2008 จีนก็ได้แสดงศักยภาพและความยิ่งใหญ่ อลังการณ์ของตนอีกครั้ง กับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิค 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งงานนี้ก็สำเร็จลงอย่างงดงามตามความคาดหมาย เว้นช่องว่างไม่เท่าไหร่ ก็ได้จัดงาน ฉลองครบรอบหกสิบปีของการประกาศเป็นประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน ( People’s Republic of China )สู่ระบบ คอมมิวนิสต์ โดยการจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ ณ จตุรัสเทียนอันเหมิน กลิ่นไอของความสำเร็จและความฮือฮายังไม่ทันจางหาย มังกรผงาดฟ้าอย่างจีนก็จะประกาศศักดา ให้ผู้คนทั่วโลกได้หันมาสนใจจีนอีกครั้งหนึ่ง ก็คือการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กโปที่เซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้นั่นเอง นั่นก็หมายความว่าจีนต้องการพิสูจน์ฝีมือและศักยภาพของตนอีกครั้งอย่างแน่นอน
จีนได้เลือกเมืองเศรษฐกิจอย่างเซี่ยงไฮ้เป็นทำเลที่ตั้งของการจัดงานเอ็กโป ก่อนอื่นข้าพเจ้าจะขอแนะนำเมืองเซี่ยงไฮ้กันซักเล็กน้อย เซี่ยงไฮ้ (上海shanghai) หมายถึงเมื่องริมทะเล ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลตะวันตกของมหาสมุทร แปซิฟิก อยู่กึ่งกลางทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของจีน จึงเป็นทำเลที่เหมาะของการเป็นเมืองท่า ขณะที่ตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ มีแม่น้ำหวงผู่ ( 黄浦 Huanpu ) แบ่งแยกสองฟากฝั่ง ด้านตะวันตกของแม่น้าคือฝั่ง ผู่ซี (浦西 Pu xi) เป็นส่วนของเมืองเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของตึก อาคาร ร้านค้า พิพิธภัณฑ์ ต่างๆ สไตล์ยุโรป ซึ่งสวยงามมาก ส่วนด้านตะวันออกของแม่น้ำหวงผู่ก็คือฝั่ง ผู่ตง ( 浦东Pu dong) เป็นส่วนของเมืองใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของตึกสูง อาคารสำนักงานต่างๆ เป็นต้นว่า ตึกสูงที่สุดอย่าง FWFC ( Shanghai World Financial center ) ที่มีความสูงถึง 492 เมตรประกอบไปด้วย 101 ชั้นเหนือผืนดินกับชั้นใต้ดินอีกสามชั้น และสิ่งก่อสร้างที่สวยงามอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กันกับตึก FWFC ที่กลายเป็นสัญลักษณ์และที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเซี่ยงไฮ้ไปแล้วก็คือหอคอยไข่มุก ( Oriental Peal TV Tower) มีความสูง 474 เมตร เป็นหอคอยชมวิวที่สูงที่สุดในโลก นอกจากนี้ภายในอาคารยังเป็นที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์อีกเก้าสถานี นอกจากนี้ฝั่งข้ามแม่น้ำหวงผู่ก็มีย่าน (上海滩 Shanghai tan) หรือที่รู้จักกันว่าหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ แนะนำเซี่ยงไฮ้มาพอสมควรก็ได้เวลา ที่จะเล่าประสบการณ์การไปร่วมชมงานเอ็กโปซะที นับจากการที่จีนได้โหวตชนะและได้รับการยืนยันการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กโป จีนก็ได้เตรียมพื้นที่เกือบสามพันกว่าไร่ จีนใช้เวลาเกือบหกปีที่จะปฏิรูปพื้นที่ชุมชนหนาแน่น บริเวณรอบๆแม่น้ำหวงผู่ (Huang pu Jiang) ให้เป็นที่ว่างเปล่าเพื่อเตรียมพร้อมการก่อสร้างพาวิเลี่ยนของแต่ละประเทศ ตลอดจนวางแผนวางระบบสาธารณูปโภค ระบบขนส่ง โครงข่ายการสื่อสารเพื่อรองรับงานเอ็กโปในครั้งนี้ เท่าที่ข้าพเจ้าทราบตลอดการเตรียมการการเป็นเจ้าภาพ จีนได้นำเทคโนโลยีชั้นนำเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ จึงทำงานสำเร็จลุล่วงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนทั่วโลกหลั่งไหลที่จะมาร่วมพิสูจน์ความสำเร็จในการจัดงานของประเทศเจ้าภาพอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะเป็นสุดยอดของเอ็กโปหรือไม่
บนพื้นฐานแนวคิดของเอ็กโป 2010 ที่ว่า “ Better city Better Life ” เมืองที่ดีกว่า ชีวิตที่ดีขึ้น จีนและประเทศที่เข้าร่วมงานก็พยามเดินตามแนวคิดร่วมกัน และรูปแบบของงานก็ออกมาเป็นอย่างที่พวกเราได้ไปสัมผัสมา หลายคนอาจจะสงสัยว่า การจัดงานเอ็กโปแต่ละครั้งเป้าหมายที่แท้จริงมันคืออะไร แล้วทำไมแต่ประเทศต้องลงทุนมากมายมหาศาลขนาดนี้ เช่นประเทศเจ้าภาพลงทุนในการสร้างศาลาจีน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ กว่าแปดพันล้านบาท ประเทศซาอุดิอารเบีย ก็ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเกือบหมื่นล้าน ประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้าก็ลงทุนสร้างศาลาไทยอย่างสวยสดงดงาม ไปด้วยงบประมาณเกือบหกร้อยล้านบาทเช่นกัน โอ้โหแต่ละประเทศลงทุนสร้างพาวิเลี่ยนกันซะมากมายขนาดนี้ งานนี้คงไม่ธรรมดาแน่นอน China Pavilion ศาลาจีน มูลค่ากว่าแปดพันล้านบาท
|






![]() | Today | 533 |
![]() | Yesterday | 898 |
![]() | This week | 1431 |
![]() | Last week | 5504 |
![]() | This month | 15365 |
![]() | Last month | 23644 |
![]() | All days | 389077 |