OnTourเพลินลม ชมบึง ที่บึงฉวากรีสอร์ท

รื่นรมย์กับบรรยากาศร่มรื่น                                 สูดกลิ่นล [ ... ]


ประวัติศาสตร์30 ปราสาทขอม

คำว่า ปราสาท (Prasada) เป็นคำศัพท์ภาษาสันสกฤต หมายถึงอาคารที่มีฐานสูง มีเรือนธาตุหรือตัวอาคารที่รองรับเครื่อง [ ... ]


OnTourสถานการณน้ำท่วม จากแยกบางพลู บางใหญ่ ลาดปลาดุก ไทรน้อย 17พ.ย.54

  เมื่อ17พ.ย.54 ได้เดินทางจากแยก บางพลู จะกลับบ้านที่ ไทรน้อย เลยเก็บบรรยากาศมาฝาก  สำหรับการเดินทาง ก็อาศัย [ ... ]


เรื่องน่าอ่าน อื่นๆ
You are here: Home เรื่องสั้น โดย PakBungJeen แม่ผม...ใจร้าย
แม่ผม.....ใจร้าย
เขียนโดย PakBungJeen   

"น้าๆ หนูว่า มันเลยสายใต้ มาแล้วนะ"

"เฮ้ย ยังไม่ถึงหรอก น้ามาบ่อยแถวนี้ แต่ เอ..นี่มันทำทางใหม่นี่หว่า"

"แม่ก็ว่าเลยมาตั้งไกลแล้ว"

"เดี๋ยวไปอีกหน่อย ก็จะถึงแล้ว" น้าคนขับตุ๊กๆ สำทับ

คราใดที่ผมได้นั่งรถผ่านบริเวณ โรงพยาบาลราชวิถี แถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โสตประสาทผม ก็จะสั่งการให้ผมได้นึกถึงสมัยเมื่อ30กว่าปีก่อน

ที่ผมได้เดินทางจากต่างจังหวัดมากรุงเทพฯกับแม่ เพื่อมาหาหมอที่ สถาบันโรคผิวหนัง ซึ่งอยู่ติดกับ โรงพยาบาลราชวิถีแม่ผมเป็นแม่ค้าขายผักในตลาดสด ในต่างจังหวัด ซึ่งแม่ผมจะเป็นโรคคัน ตามเนื้อตามตัว ต้องมาหาหมอเพื่อมารับยาแก้คันที่ สถาบันโรคผิวหนัง 6เดือนก็จะมารับยาครั้งหนึ่ง ซึ่งเท่าที่ผมจำความได้ตั้งแต่ตอนผมอายุสัก เจ็ดแปดขวบ แม่ก็จะพาผมมาเป็นเพื่อนแทบทุกครั้ง ซึ่งการเดินทางมาแต่ละครั้งผมจะตื่นเต้นมาก คืนนั้นแทบจะไม่ได้นอนเลยเราต้องตื่นตั้งแต่ตีสาม เพื่อเตรียมรอรถโดยบัสโดยสาร เข้ากรุงเทพฯ โดยเราจะมาถึงที่สถานีขนส่งสายใต้ประมาณหกโมงกว่าๆ แล้วเราก็นั่งรถเมล์ สาย28 จากสายใต้ มายังอนุสาวรีย์ชัยฯ โดยรถสมัยนั้นยังเป็น เป็นรถหกล้อคันใหญ่ๆ ยังไม่ใช่รถบัส ขสมก.เหมือนสมัยนี้

 

เมื่อมาถึงที่สถาบันโรคผิวหนัง เราก็ต้องมาเข้าคิวรอทำบัตร รอพยาบาล รอหมอ รอรับยา... บางครั้งเรามาถึงก่อนเวลาที่ช่องรับบัตรจะเปิด รับบัตร เราต้องมายืนรอนาน จะไปเข้าห้องน้ำที ต้องเอารองเท้ามาจอดกั๊กที่ต่อคิวแทนตัวเราเอาไว้ ไม่งั้นเดี๋ยวโดนแซงคิวแน่ เพราะที่นี่จะมีคนมารับการตรวจเยอะมาก โดยกว่าที่เราได้รับยาก็ปาเข้าบ่ายสอง บ่ายสามโน่นแหนะ กว่าจะนั่งรถเมล์สาย28 กลับไปสายใต้ ก็ตกเย็น พอดี ซึ่งก็ยังพอทันรถบัสโดยสารกลับบ้าน ต่างจังหวัดแบบสบายๆ

แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่วันนั้นไม่รู้มันเป็นวันอะไร ทำไมคนมันดั๊นมาคันกันเยอะจัง พอผมกับแม่ผมมาถึงสถาบันโรคผิวหนัง โอ้โฮ้ ขนาดยังไม่ ถึงเวลาเปิดรับบัตรเลย คนยืนรอทะลักออกมาข้างนอกเลย คนเข้าคิวรอเยอะมาก วันนั้นทั้งวันผมกับแม่ต้องสลับกันยืนจองคิว พอผมเมื่อยก็ให้แม่ไปยืนรอมั่ง ก็สลับกันนั่ง สลับกันยืน วันนั้นกว่าจะเสร็จสิ้นได้รับยาก็ปาเข้าไปเกือบห้าโมงเย็นแล้ว แม่บอกว่า ทำไงดี ถ้ารอรถสาย28


วันนี้เราไม่ได้กลับบ้านแน่เลย แม่ก็เลยตัดสินใจเรียกรถตุ๊กๆ เพื่อจ้างไปส่งสายใต้ จริงๆแล้ว แม่ก็ไม่ได้มีเงินเหลือเยอะมากมายที่จะจ้างรถตุ๊กๆหรอก การมารับยาแต่ละครั้งแม่ก็ต้องเก็บเงินที่เป็นกำไรขายผักล่วงหน้าเป็นเดือนๆกว่าจะได้ครบทั้งค่าเดินทางและค่ายา

แม่เป็นแม่ค้าขายผักที่ต้องเลี้ยงลูกมากถึง 12คน แต่ละคนก็กำลังกินกำลังนอนทั้งนั้นเลย ผมนั้น เป็นน้องคนสุดท้อง ทุกๆคืนแม่ต้องตื่นตั้งแต่เที่ยงคืนของทุกวัน เพื่อไปขายผัก และทุกๆคืนแม่ก็จะ นำเงินมาไว้ที่ใต้หมอนให้ลูกๆแต่ละคน ไปกินที่โรงเรียน โดยจะแบ่งเป็นกองๆ เอาไว้ให้แต่ละคน เท่าที่ผมจำความได้ ก็จะมีทั้งหมด6กอง คือ กองละ3บาท สองกอง กองละ 5บาท สองกอง และกองละ8บาทสองกอง ซึ่งตอนเช้าของทุกวันผมก็จะมีหน้าที่นำเงินมาแจกจ่ายให้พี่ๆแต่ละคน ที่แต่ละกองไม่เท่ากัน เพราะลูกๆ แต่ละคนเดินทางไปโรงเรียน ต่างๆกันไป ใกล้บ้าง ไกลบ้าง ค่ากินค่าเดินทางจึงไม่เท่ากัน สำหรับผมยังเรียนอยู่ป.2 ที่โรงเรียนใกล้ๆบ้าน ที่ ว่าใกล้นี่ก็เกือบ2กิโล ซึ่งไม่ต้องเสียค่ารถ ต้องเดินไปโรงเรียน

เมื่อแม่ตัดสินใจว่าเราจะนั่งตุ๊กๆกลับ เราเรียกตุ๊กๆ มาคันหนึ่ง คนขับเป็นชายวัยกลางคน อายุน่าจะราว40กว่าๆ และหน้าตาก็แก้มออก โหนกๆ ฟังสำเนียงพูด แล้วน่าจะเป็นคนทางภาคอิสาน

"ไปสายใต้ เท่าไหร่"
"อืม..35บาท"
"โห..ตั้ง35บาท 30ได้เปล่า" แม่ต่อรอง
"เอ้า..ไปก็ไป"

ตกลงกันที่ 30 บาท ผมกับแม่ก็ขึ้นตุ๊กๆ คันนั้น คนขับก็ขับมาเรื่อย ผมก็จำทางไม่ค่อยได้ ขับมานานมาก จนรู้สึกว่าตอนมาเมื่อเมื่อเช้านี้ มันไม่นานขนาดนี้ และผมก็รู้สึกว่า มันไม่ใช่ทางที่เราเคยมา และตอนนั้นสายใต้แห่งใหม่ตรงปิ่นเกล้าเพิ่งจะย้ายมาจาก สามแยกไฟฉายได้ไม่นานเท่าไหร่

อีกทั้งช่วงนั้นกำลังมีการสร้างทางอย่างวุ่นวะวุ่นวาย ทั้งฝุ่น ทั้งกองดิน กองเครื่องมือก่อสร้างทาง ระเกะระกะเต็มไปหมด รวมทั้งมีทางเบี่ยงอีกตั้งหลายจุด คนขับตุ๊กๆก็ยังขับไปเรื่อยซึ่งเขาเข้าใจว่ามันยังไม่ถึง นานจนผมทนไม่ไหวก็เลยถามคนขับตุ๊กๆว่า

"น้าๆ หนูว่า มันเลยสายใต้ มาแล้วนะ"
"เฮ้ย ยังไม่ถึงหรอก น้ามาบ่อยแถวนี้ แต่ เอ..นี่มันทำทางใหม่นี่หว่า"
"แม่ก็ว่าเลยมาตั้งไกลแล้ว"
"เดี๋ยวไปอีกหน่อย ก็จะถึงแล้ว" น้าคนขับตุ๊กๆ สำทับ"


พอขับไปได้อีกสักระยะหนึ่งก็ยังไม่ถึงสักที ตอนนั้นก็เริ่มโล้เพล้แล้ว ทีนี้แม่ผมทนไม่ไหวกลัวจะไม่ทันรถบัสโดยสาร ตะโกนใส่คนขับว่า

"เฮ้ยนี่มันเลยมาแล้ว จะขับไปไหนของมึงวะ"
"ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว" คนขับยังรั้น ไม่ยอมกลับรถอีก
แม่นิ่งไปครู่ใหญ่ แล้วก็ตะโกนบอกไปอีกว่า
"ถ้ามึงไม่กลับรถก็จอดให้กูลงตรงนี้"
หลังจากนั้น แม่ก็ด่าชุดใหญ่ ให้กับคนขับอีกขนานใหญ่
"ไอ้...@#%$@#&%&*+_^*@#%!@$$%%*7()_=6$#@2"

จนคนขับทนไม่ไหวเลยต้องหาที่เลี้ยวรถกลับ แต่ทีนี้กว่าจะหาที่กลับรถได้ ยากมาก เพราะเป็นทางที่กำลังก่อสร้าง เราต้องลงจากรถแล้วเดิน ข้ามถนนที่กำลังก่อสร้าง อย่างทุลักทุเล แล้วให้ตุ๊กๆขับข้ามถนน กองดิน หลุม เพื่อข้ามไปอีกฝั่งของถนน บางช่วง ผมกับแม่ก็ต้องมาช่วยกันดัน รถตุ๊กๆ ที่ติดหลุมขี้เลน กว่าจะข้ามฝั่งมาได้เล่นเอา ทั้งผม แม่ และคนขับตุ๊ก หอบไปตามๆกัน และมอมแมมกันทั้ง3คน

หลังจากที่ผมกับแม่ได้ขึ้นมาบนตุ๊กๆอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเรากลับรถ มาอีกฝั่งหนึ่งแล้วมุ่งหน้ากลับไปสายใต้ พอตั้งหลักได้แม่ก็เริ่มด่าตุ๊กๆอีกรอบ "ไอ้...@#%$@#&%&*+_^*@#%!@$$%%*7()_=6$#@2@#%$@#&%&*+_^*@#%!@$$%%*7()_=6$#@2"

สำหรับคนขับตุ๊กๆ ก็ทำหน้าเจื่อนๆ คล้ายกับสำนึกผิดแล้ว สำหรับผมก็เริ่มกลัวว่าจะกลับบ้านไม่ได้ แต่พอเห็นแม่ด่าคนขับตุ๊กๆอย่างรุนแรง ผมก็เริ่มจะสงสารคนขับตุ๊กๆ แล้ว ก็เลยสะกิดแม่ บอกว่าพอเหอะ สงสารเขา แม่บอก..สงสารมันทำไม.....

แต่นั่งมาสักพักแม่ก็หยุดด่า แต่สีหน้าของแม่ตอนนี้มีแต่ความกังวล...

ตอนนั้นผมเข้าใจว่าแม่คงเครียดจัด กลัวว่ารถบัส จะหมดเสียก่อน เพราะเวลานั้นก็เริ่มมืดแล้ว แม่คงคิด ถ้าไม่ทันปัญหาจะตามมาอย่างมากมาย..ไปขายของไม่ทัน..สั่งผักเขามาแล้ว..ผักเสีย..ไม่มีตังค์ให้ลูกไปโรงเรียน..ติดต่อทางบ้านไม่ได้เพราะสมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์..กลัวทางบ้านเป็นห่วง..คืนนี้จะนอนที่ไหน......

จนกระทั่ง ขับต่อมาเรื่อยๆ ก็มาถึงสายใต้จนได้ เมื่อรถตุ๊กๆจอดให้ผมกับแม่ลง แล้วคนขับตุ๊กๆ ก็หันมาไหว้ขอโทษแม่ แล้วก็บอกว่า


"ผมขอโทษครับ ผมไม่เอาค่ารถก็ได้" คนขับพูดพร้อมสีหน้ายอมรับผิด

แม่ผมนิ่ง ไม่ตอบ พร้อมกับหยิบเงินให้ คนขับตุ๊กๆ ไป 50 บาท

"เอาไปเหอะ" แม่พูดพร้อมกับหันหลังกลับ แล้วรีบจูงมือผมวิ่ง เพื่อไปขึ้นรถบัสที่ ตอนนี้ได้ออกจากชานชลาแล้ว มาจอดรอผู้โดยสารอยู่หน้าสายใต้ โชคดีของผมกับแม่ที่มาทัน คันสุดท้ายพอดี ทำเอาผมกับแม่ มองหน้ากันและยิ้มอย่างมีความสุข เหมือนกับยกภูเขาออกจากอก


หลังจากเราขึ้นรถมาแล้ว ผมก็ถามแม่ว่า

"แม่ให้เขาไปทำไม ตั้ง50 บาท เราตกลงราคากันแค่30บาทเองนิ๊"
"แม่สงสารเขา เขาเสียเวลาหลงกับเราตั้งนาน แทนที่จะได้ไปรับลูกค้าคนอื่นอีก แล้วจะได้เอาไปเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียเขาด้วย"
"เอ๊า แล้วเมื่อกี๊แม่ด่า เขายังกับอะไรดี"
"เออน่า ด่า กับสงสาร มันคนละอย่างกัน แม่ด่า ไม่ได้แสดงว่าแม่เป็นคนใจดำนี่"

ผมได้ยินคำนี้แล้ว ก็เลยหมดคำถาม

วันรุ่งขึ้นตอนเช้า ผมขึ้นไปหยิบเงินที่แม่กองเอาไว้ที่ใต้หมอน มี6กอง และแต่ละกองของทั้ง6คน เหลือครึ่งหนึ่งของทุกวันที่ได้ จากที่ได้3บาท ก็เหลือ1บาท50สตางค์ จากที่ได้6บาท ก็เหลือ3บาท และจากที่ได้ 8บาท ก็เหลือ4บาท

พี่ๆทุกคนก็งงงงกัน ทำไมวันนี้แม่ให้ตังค์เราน้อยจัง แต่ผมก็รู้ของผมอยู่ในใจว่า แม่คงมีเงินไม่พอให้ลูกๆ เพราะแม่ได้ให้พิเศษกับคนขับตุ๊กๆไป20บาท........

และตอนนี้ผมก็ไม่มีแม่ ใจร้าย ให้ผมได้กอด อีกแล้ว...เมื่อใดที่ผมมาแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผมอยากย้อนเวลากลับไป นั่งตุ๊กๆกับแม่อีกสักครั้ง และก็จะขอกอดแม่ ให้นาน.....นานที่สุด ♥

คุณว่าแม่ผม...ใจร้าย ไหม?

 

สรรค์หา มาเล่า จากทีมงานหนังสือน่าอ่าน

Author : PakBungJeen

25-12-2553

 

 
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday529
mod_vvisit_counterYesterday898
mod_vvisit_counterThis week1427
mod_vvisit_counterLast week5504
mod_vvisit_counterThis month15361
mod_vvisit_counterLast month23644
mod_vvisit_counterAll days389073

We have: 4 guests, 3 bots online
Your IP: 38.107.179.210
 , 
Today: พ.ค. 21, 2012

CB Login