OnTourเกาะสมุย ออนทัวร์

ปะการังงาม น้ำทะเลใส หาดทรายขาว มะพร้าวเยอะ


OnTourบรรยากาศตลาดน้ำวัดลำพญา บางเลน นครปฐม

วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ไม่รู้จะไปไหน หรือเดินห้างจนเบื่อ! รอลูกเรียนพิเศษจนเซ็ง! อยู่บ้านก็ร้อน! อยากใช้ตัง [ ... ]


ย้อนรอยเมืองประวัติศาสตร์ ซีอานย้อนรอยเมืองประวัติศาสตร์ ซีอาน (Episode 1)

นับจากที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาภาษาจีน จึงทำให้มีโอกาสเดินทางไปยังหลายๆมณฑลของจีน ในแต่ละมณฑล แต่ละเม [ ... ]


เรื่องน่าอ่าน อื่นๆ
You are here: Home เรื่องสั้น โดย PakBungJeen นักฆ่า...ขนจั๊กกะแร้
นักฆ่า...ขนจั๊กกะแร้
Stories - ShortStories by PakBungJeen
เขียนโดย PakBungJeen   

"เฮ้ยเอ็งเคยมาเกาะช้าง กี่ครั้งแล้ววะ"
"ก็..5 อืม 6..7 เอ้ หรือ อ๋อจำได้และ ครั้งนี้ครั้งที่2 "
"โธ่ คิดซะนานเชียว ไอ้สาาาาาด "
"เฮ้ย เปิดเบียร์ให้กู อีกป๋องซิ ขาดตอน แล้วง่วงหวะ เดี๋ยวกูหลับใน ฉิบ"
"จัด ไป..มึงอย่าเสือกทะลึ่งหลับในนะโว๊ย หลับนอก ดีกว่าหวะ  ฮาฮา"

ไอ้ทุย สั่งเพื่อนคู่ใจ นามว่าไอ้ต๋อง ที่นั่งข้างๆ ในรถยนต์เก๋ง มิตซูบิชิแลนเซอร์สีบรอนซ์ กระจกติดฟิล์มดำ มืดสนิทจนมองไม่เห็นผู้โดยสารที่อยู่ในรถ

"งานนี้แม่งหมู หวะ ไม่ทันได้ร้องซักแอะ ก็กลับ บ้านเก่า ไปแล้ว"
"เออ หวะ แม่ง ไอ้เชี่ย รู้ว่าเขามีผัว อยู่แล้วก็ยังไปยุ่งกับเขาอีก ยุ่งกับใครไม่ยุ่ง ดั๊นไปยุ่งกับเมียเสี่ย"

ไอ้ทุย กับ ไอ้ต๋อง 2 มือปืนเมืองเพชร นามกระเดื่อง พูดคุยกันถึงผลงานที่เพิ่งจะปลิดชีวิตไอ้แจ็ค เพลย์บอย นามอุโฆษ ที่หลอกฟันหญิง ไม่เลือก ไม่มีหางพี่แกหลอกฟันไม่เหลือ แต่คราวนี้ไอ้แจ๊คชะตาขาด ไปเล่นเมียน้อยเสี่ยช้าง ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ในโซนภาคกลาง

ไอ้ทุยกับไอ้ต๋อง เติบโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก พื้นเพเกิดที่อำเภอบ้านลาด จ.เพชรบุรี จริงๆ แล้วชีวิตของทั้ง2คน อาจจะไม่ได้เป็นมือปืนชื่อดัง อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้หรอก.. ถ้า

ไม่มีเหตุการณ์ ในวันนั้นที่ พ่อของไอ้ทุยที่เป็นกำนัน คนดังของจังหวัดเพชรบุรี ได้ถูกกลุ่มมือปืน ถล่มจนเละพร้อมกับสมุนคุ้มกัน อีก3คน รวมเป็น 4 ศพ ซึ่งวงในก็รู้กันว่า น่าจะมาจากฝีมือของ

กำนันอีกตำบลหนึ่งที่ เป็นคู่อริ กันเนื่องจากมีปัญหาเรื่องรับเหมาก่อสร้างและขัดแย้งกันเรื่องธุรกิจสีเทา ของทั้งคู่

ย้อนกลับไปวันนั้น ไอ้ทุยกับ ไอ้ต๋อง กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.ศ.5 ก็มีเที่ยวเตร่บ้างตามประสาวัยรุ่น บางครั้งก็ได้ไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูงหรือรุ่นพี่แถวบ้าน ที่ไม่ได้เรียนต่อ แต่ไปอยู่ตามซุ้มหรือคอย

เดินตามนักการเมืองคนดัง ซึ่งนี่เองอาจเป็นสาเหตุหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นเบ้าหลอมให้ทั้ง2คน ซึมซับพฤติกรรมจากเพื่อนๆเหล่านั้นเข้าไปโดยไม่รู้ตัว จึงทำให้ทั้งคู่มีใจเป็นนักเลง ไม่ยอมคน ใจ

ถึง ถึงไหนถึงกัน ถ้าใครมาลบหลู่ หรือล้ำเส้นเป็นอันได้ฟัดกันแน่

เมื่อที่บ้านของไอ้ทุยจัดการงานศพของพ่อเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนั้นอีก 2วัน หนังสือพิมพ์ลงข่าวพาดหัวตัวไม้ บ้านกำนันคนดัง เมืองเพชร ถูกมือปืนย่องเงียบฆ่าล้างโคตร พร้อมลูกเมียและสมุนรวม 9 ศพ และจากวันนั้น ก็ไม่เคยมีใครพบเห็น ทั้ง ไอ้ทุยและ ไอ้ต๋อง ที่เพชรบุรีอีกเลย แต่ข่าววงในก็รู้กันว่า เป็นฝีมือของทั้ง2คนนั่นเอง เมื่อในแวดวงนักเลงได้รู้ข่าวของความใจถึงของทั้ง2คน ซุ้มต่างๆก็มีการป้อนงาน ให้ไอ้ทุย และไอ้ต๋อง อย่างต่อเนื่อง และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของ 2 มือปืนนามกระเดื่อง ที่คร่ำหวอดในวงการมากกว่า10ปี

หลังจากที่ทั้งคู่ได้จัดการกับ ไอ้แจ็ค ยอดเพล์บอยนามอุโฆษ เรียบร้อยแล้ว ทั้ง2คน ก็ตั้งใจว่าเดินทางมาหลบซ่อนตัว ที่เกาะช้างสักระยะหนึ่ง ซึ่งการเดินทางไปเกาะช้างก็ต้องมีการนำรถลงเรือ

เฟอร์รี่ เพื่อข้ามไปยังเกาะช้าง การนำรถลงเรือเฟอร์รี่ต้องเข้าคิวทยอยลงเรือทีละคัน ซึ่งระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเลื่อนรถเพื่อต่อคิวลงเรือเฟอร์รี่อยู่นั้น  ก็มีรถปิคอัพแค็ปสีดำ โหลดเตี้ย เปิดกระจก เปิดเพลงดังกระหึ่ม  ขับแซงหน้ารถ ของไอ้ปื๊ดกับไอ้ต๋อง แล้วปาดหน้าแซงคิวรถของ ไอ้ปื๊ด อย่างไม่สนใจใยดีต่อสายตาจากรถคันอื่นแม้แต่น้อย จากนั้นเมื่อปาดหน้ารถของไอ้ปื๊ด ได้แล้ว พอดีกับจังหวะที่ต้องมีการเลื่อนรถเพื่อขยับลงเรืออีก รถปิคอัพแค็ปสีดำคันเดิมเมื่อเห็นจะหวะรถคันหน้าที่ยังไม่ออกตัว ก็รีบออกรถไปปาดหน้าเพื่อแซงคิวคันหน้าอีก 3คัน

จากสัญชาติญาณการระแวดระวังภัยของไอ้ต๋องที่มีอาชีพเป็นนักฆ่า ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมของปิคอัพคันนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนจะรอลงเรือเฟร์รี่แล้ว ที่ขับปาดหน้า แซงซ้าย เบียดขวา จนทำ

ให้รถคันอื่นเกือบชนกันตั้งหลายครั้ง ไอ้ต๋องก็เกิดอาการหงุดหงิดจนทนเงียบไม่ไหว
"ไอ้เชี่ย นี่..แม่ม... มันน่านัก"
"เออหวะ แต่ อย่าไปยุ่งกับมัน เราหนีคดีอยู่ ขี้เกียจมีปัญหา" ไอ้ปื๊ด ปราม
ไอ้ต๋อง นิ่ง และดูเหมือนจะเห็นด้วยกับไอ้ปื๊ด

และจังหวะที่รถยนต์ได้เริ่มทยอยลงเรือ พนักงานของเรือเฟอร์รี่ได้เพิ่มช่องลงเรือเป็น 2 ช่องทาง และจังหวะเดียวกับที่เป็นรถของไอ้ปื๊ดเป็นคันแรกที่ได้เลื่อนขึ้นไปทางด้านขวาเพื่อลงเรือในช่องทางใหม่ ทำให้รถของไอ้ปื๊ด เลื่อนไปประกบคู่ด้านขวาของรถปิ๊คอัพสีดำคันนั้นเมื่อรถทั้ง 2คัน มาประกบคู่ กันนั้น ไอ้ต๋องที่นั่งอยู่ด้านซ้ายของไอ้ปื๊ด และอยูใกล้กับฝั่งคนขับของปิ๊คอัพสีดำ ที่ยังมีออารมณ์โกรธหลงเหลืออยู่ จึงเปิดกระจกรถ ฝั่งของตัวเองเพื่อจะได้มองหน้าคนขับอย่างชัดเจน ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เห็นคนขับเป็นชายหนุ่มมีหนวด เครารุงรังเต็มใบหน้า ผิวค่อนข้างดำ อายุราว 25 ปี ผมยาวหยิก ประบ่า ใส่แว่นดำฉาบปรอทสะท้อนแสง มือขวาคืบบุหรี่ พาดออกมานอกรถ แล้วก็พ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นระยะๆ เสียงเพลงดังกระหึ่ม อย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่รู้ว่าเพลงอะไร เพราะมีแต่ความดัง แต่หามีความไพเราะไม่

เมื่อเห็นไอ้ต๋อง เปิดกระจกรถออกมา และหันมาสบสายตาไอ้ต๋อง พอดี ไอ้หนุ่มคนขับรถปิคอัพสีดำคันนั้นก็ไม่รอช้า ยกเฉพาะนิ้วกลางชูขึ้นมา ชี้มาทางไอ้ต๋อง พร้อมกับเอ่ย ขึ้นว่า
"มอง...วย ไรว่ะ มีปัญหาเหรอ"
ไอ้ต๋อง ไม่รอช้า มือขวาตะปบที่เอว แล้วกระชาก 11 ม.ม. หรือ โคลท์ .45 ยมทูตคู่กาย ขึ้นลำพร้อมจะกระหน่ำ ไอ้หนุ่มรถปิคอัพคันนั้น แต่ดีที่ไอ้ปื๊ด ได้รั้งแขน ไอ้ต๋องไว้ทันก่อนที่จะเหนี่ยวไกแล้วบอกว่า

"เฮ้ย ใจเย็น ตอนนี้ไม่เหมาะ ถ้าจะทำต้องดูทางหนีทีไล่ก่อน ทำตอนนี้มึงจะหนีลงทะเล รึไงวะ"
ไอ้ต๋องชะงัก เมื่อได้รับคำเตือนจากเพื่อน จึงรีบกดสวิทช์ ปิดกระจกรถโดยเร็ว แล้วหันมามองเพื่อนเกลอ
"โทษ ที หวะ ของมันขึ้น ห้ามใจไว้ไม่อยู่ เออเดี๋ยวค่อยว่ากัน เอารถเข้าไปจอดก่อน"

ดูจากภายนอกกับเหตุการณ์เมื่อกี้นี้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยไอ้หนุ่มรถปิคอัพ ก็ไม่เห็นเหตุการณ์ภายในรถของไอ้ต๋องกับไอ้ปื๊ด พร้อมกระหยิ่มใจ ว่าถ้าปอดแหก แล้วอย่าซ่า พร้อมกับขยับรถเข้าไปจอดในเรือเฟอร์รี่ตามที่พนักงานบนเรือ กวักมือให้เข้าไปจอด

การโดยสารโดยเรือเฟอร์รี่เดินทางข้ามไปเกาะช้างใช้ เวลาประมาณ 45 นาที เรือเฟอร์รี่มีลักษณะเป็น2ชั้น ชั้นล่างสำหรับจอดรถได้ประมาณ 30 คัน ส่วนชั้นบนเป็นที่นั่งพักผ่อนสำหรับผู้โดยสาร

ที่มากับรถยนต์ สำหรับไอ้ปื๊ดกับไอ้ต๋องเมื่อจอดรถเข้าที่เข้าทางแล้วก็ขึ้นไปชั้น 2

"ไอ้ปื๊ด ไอ้ปิคอัพสีดำเอายังไงกับมันดีวะ... กูว่าจะไม่เอาไว้ให้รกโลกนะโว๊ย" ไอ้ต๋องยังแค้นไม่หาย พร้อมเอ่ยปรึกษากับเพื่อนเกลอ
"กูว่าแค่สั่งสอน ก็พอมั๊ง อย่าให้ถึงตายเลย" ไอ้ปื๊ด ตอบ
"เออก็ได้ว่ะ ว่าไงว่าตามกัน"
ทั้งสองคนตกลงกันว่าเมื่อขึ้นถึงฝั่งเกาะช้างแล้วค่อยคิดบัญชี กับปิคอัพสีดำ เพื่อเซฟตัวเองที่กำลังหนีคดีมาด้วย

พอเรือเฟอร์รี่ล่องมาได้ครึ่งทาง ไอ้ต๋องก็ปวดฉี่ จึงต้องลงมาฉี่ที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ชั้น1 บริเวณที่จอดรถนั่นแหละ เมื่อไอ้ต๋องจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นรถปิคอัพสีดำ

โจทย์เก่าคันนั้น ในรถมี่คนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่2คน ยงโย่ ยงหยก อยู่ในรถคันนั้น ไอ้ต๋องจึงแอบย่องเข้าไปดูใกล้ๆ โอ้ว.. เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เกิดขึ้นตรงหน้า ไอ้ต๋องงงไปชั่วครู่ แล้วก็หัน

หลังกลับ ขึ้นไปบนชั้น2 แล้วพูดกับเพื่อนเกลอว่า

"กูว่า รถปิคอัพสีดำ ปล่อยมันไปเถอะ อย่าไปยุ่งกับมันเลย"
"อ้าว...อะไรของมึงวะ ทีเมื่อตะกี๊นี้ จะเอาให้ตาย พอตอนนี้บอกอย่าไปยุ่งกับมันเลย...กูละมึนกับมึง จริงจริ๊งเลย"
"อืม..กูไม่มีคำตอบ แต่ให้มึงไปหาคำตอบเอง มึงลงไปข้างล่างแล้วไปดู รถปิคอัพสีดำซิว่ามันทำอะไรกัน"

ไอ้ปื๊ดเดินลงมาแบบงงๆ เมื่อใกล้ถึงรถปิคอัพสีดำ ก็ค่อยๆย่อง แอบดู สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือ ผู้หญิงรูปร่างท้วม ปรับเบาะข้างคนขับเอนนอนเกือบราบ ยกมือขึ้นเหนือหัวหลับตาพริ้ม พร้อมกับข้างๆ

ตัวของเจ้าหล่อน ก็มีไอ้หนุ่มหน้าเหี้ยมคนขับรถปิคอัพสีดำ โถมตัวอยู่ระหว่างรักแร้ของเจ้าหล่อน ในมือของไอ้หนุ่มหน้าเหี้ยมคนขับรถปิคอัพสีดำ มีอาวุธคู่กายคือแหนบถอนขน ใช่แล้วครับพี่น้อง!

ไอ้หนุ่มหน้าโหดเหี้ยมกำลังพิถีพิถัน บรรจงถอนขนจั๊กกะแร้ของเจ้าหล่อน อย่างขมีขมัน โดยไม่สนใยดีต่อสายตาของผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมา ไอ้ปื๊ดจ้องดูอยู่นาน ขนเส้นแล้ว..เส้นเล่า ที่ได้ถอนรากถอนโคน ออกมามันได้สื่อออกมาว่าไอ้หนุ่มคนนี้ มีความหมายมากกว่าที่เราได้เห็น ไอ้ป์๊ดหยุดนิ่ง.......นาน........คิด......ไป........ต่าง........นานา..........แล้วภาพของคนที่ตัวเองได้สังหาร ก็ผุดขึ้นมา

คำถามในใจเกิดขึ้นมากมาย...

เรามองว่าชั่ว  แต่ดีสำหรับเมียเขา...?
คนอื่นมองว่าเลว แต่เขาดีที่สุดสำหรับครอบครัวเขา...?
เราเพิ่งเจอเขาแป๊บเดียว แต่พิพากษาเขาแล้วว่าเขาเลว...?
เราไม่เคยเจอเขาเลย แต่ทำเขาที่เป็นที่พึ่งของครอบครัวเขา..?
เขาปาดหน้าคันอื่น เพราะเขามีเหตุสำคัญกับชีวิตเขาก็ได้...?
เราทำเขา แล้วใครจะถอนขนจั๊กกะแร้ให้เมียเขา...?
...?????

ต่อด้วยคำสอนของท่านพุทธทาสก็ผุดขึ้นในสมองของ ไอ้ปื๊ด ที่เคยได้ยินแต่...ไม่เคยคิดฟัง

เขามีส่วน  เลวบ้าง  ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์  โลกบ้าง  ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว  อย่าไปรู้  ของเขาเลย
จะหาคน  มีดี  โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว  ค้นหา  สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา  หนวดเต่า  ตายเปล่าเอย
ฝึกให้เคย  มองแต่ดี  มีคุณจริง

ไอ้ปื๊ดเดินขึ้นไปหาไอ้ต๋องแล้วบอกว่า
"กูว่าเราไปหาอาชีพอื่นทำ กันดีกว่ามั๊ย"
"อืม...ไงก็ได้ ดีเหมือนกัน.....

 

ขอได้รับความขอบคุณจาก หนังสือน่าอ่าน

PakBungJeen

27-01-53

 
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday529
mod_vvisit_counterYesterday898
mod_vvisit_counterThis week1427
mod_vvisit_counterLast week5504
mod_vvisit_counterThis month15361
mod_vvisit_counterLast month23644
mod_vvisit_counterAll days389073

We have: 5 guests, 3 bots online
Your IP: 38.107.179.209
 , 
Today: พ.ค. 21, 2012

CB Login